มาแล้ว "อิกโนเบล 2010" งานวิจัยคิดได้ไง... อาการหอบบรรเทาด้วยรถไฟเหาะ เจ็บปวดก็ด่าออกมาบ้าง ส่วนสาขาอื่นๆ จะฮาหรือไม่ฮาพิจารณาดูได้ แต่ถ้ากลายเป็นแรงใจให้ใครไปสร้างสรรค์ไอเดียเด็ดๆ หรือเก็ตเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็สมเจตนาผู้จัดงานอย่างแน่แท้
       
       ก่อนสัปดาห์ประกาศผลโนเบล อันเป็นรางวัลเกียรติยศระดับโลกแห่งวงวิชาการ จะต้องมี "อิกโนเบล" ออกมาตัดหน้าสร้างสีสันกันไปก่อนเสมอ โดย "อิกโนเบลประจำปี 2010" (the 2010 Ig Nobel Prizes) นี้จัดขึ้นไปแล้ว ณ แซนเดอร์ส เธียเตอร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา เมื่อค่ำคืนวันที่ 30 ก.ย. ตามเวลาท้องถิ่น
       
       การมอบรางวัลครั้งนี้ จัดขึ้นเป็นปีที่ 20 แล้ว โดยมีงานวิจัยที่ได้รับการเสนอชื่อถึง 7,000 ชิ้น แต่สุดท้ายแล้วก็คัดหลุดรอดมาจนเหลือเพียงแค่ 10 สาขาเท่านั้น ซึ่งมอบให้นักวิจัยอาชีพ และที่ไม่ใช่นักวิจัย แต่บังเอิญสร้างองค์ความรู้อันแสนน่ารักให้แก่ชาวโลก
       
       เช่นเดิม ผู้ที่ได้รับรางวัล จากหลายชาติทั้งนิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ เม็กซิโก อิตาลี อังกฤษ และอเมริกา ถ้าต้องการจะมาร่วมพิธีรับรางวัลต่างก็ต้องลงทุนควักกระเป๋าตัวเอง
       
       "ทำไมจะไม่มาล่ะ" ริชาร์ด สตีเฟนส์ (Richard Stephens) นักจิตวิทยา ผู้ดั้นด้นเดินทางมาจากมหาวิทยาลัยคีล (Keele Unviersity) ในประเทศอังกฤษ ที่อุตส่าห์ข้ามน้ำข้ามทะเลก็เพราะต้องการเข้าร่วมพิธีเฉลิมฉลองที่น่าจดจำ ดังนั้นเขาจึงไม่อิดออดที่จะตอบตกลงในการเดินทางมาด้วยตัวเอง
       
       สตีเฟนส์ผู้นี้ ได้รับรางวัลอิกโบล 2010 ในสาขา "สันติภาพ" ผู้พิสูจน์ให้เห็นว่าการกล่าวคำสบถ หยาบคายออกมาจะช่วยบรรเทาและอดทนต่อความเจ็บปวดที่เจ้าตัวกำลังเผชิญได้ดีขึ้น
       
       ผู้ชนะจะได้รับอนุญาตให้พูดบนเวทีขณะรับรางวัลเพียงแค่คนละ 60 วินาที โดยมีผู้ได้รับรางวัลโนเบลอย่างเป็นทางการเป็นผู้เชิญรางวัล
       
       "นักวิทยาศาสตร์ทำตัวเองให้เคร่งเครียดเกินไป" คำบอกของคารินา เอซเวโด-ไวท์เฮาส์ (Karina Acevedo-Whitehouse) จากสัตววิทยาสมาคมแห่งลอนดอน (Zoological Society of London) ผู้ได้รับรางวัลในสาขาวิศวกรรม เพราะเธอและเพื่อนร่วมทีมได้นำเสนอวิธีการเก็บน้ำมูกของวาฬเพื่อศึกษาโรคใน สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
       
       ทีมงานของคารินาใช้วิธีง่ายๆ เพียงแค่ติดจานเพาะเชื้อไว้ที่เฮลิคอปเตอร์บังคับวิทยุ แล้วพาบินไปใกล้ๆ วาฬ เมื่อวาฬพ่นน้ำเพียงแค่นี้ก็จะได้ตัวอย่างน้ำมูกอย่างง่ายดาย (ชมคลิปสาธิตการทำงานของคารินา http://www.youtube.com/watch?v=-iaFAPybD0M)
       
       คารินาบอกว่า รางวัลที่เธอได้รับครั้งนี้ จะกลายเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้เผยแพร่แนวคิดของเธอต่อสาธารณชน ให้รู้สึกสนุกสนานกับงานวิจัย
       
       "คนส่วนใหญ่ทั่วไปไม่สนใจวิทยาศาสตร์ ถือเป็นเรื่องเศร้ามาก" ไดแอน เกนดรอน ผู้ร่วมทีมกับคารินาบอกผ่านเว็บไซต์ไลฟ์ไซน์ดอทคอม เธอเชื่อว่าการมอบรางวัลแบบนี้ นับเป็นโอกาสอันดีที่จะสื่อถึงผู้ที่ไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์ และโดยเฉพาะเด็กๆ
       
       อย่างไรก็ดี ก่อนที่ทั้งคู่จะได้รับแจ้งว่าพวกเธอได้รับรางวัลครั้งนี้ ผู้ชนะในสาขาต่างๆ หลายคนก็ปฎิเสธที่จะรับหรือมีส่วนกับรางวัล "อิกโนเบล" เพราะเกรงว่าจะทำให้เสียภาพลักษณ์
       
       "แรกทีเดียวพวกเราคิดว่ามันเป็นเรื่องตลก พวกเราไม่เชื่อเสียด้วยซ้ำ" คำเปิดใจของอิลยา ฟาน บีสต์ (Ilja van Beest) แห่งมหาวิทยาลัยอัมส์เสืบค้นรางวัลนี้ในกูเกิล ก็ตัดสินใจได้ว่าควรจะเดินทางมารับรางวัล และก็สนุกสนานกับการพบปะผู้ได้รับรางวัลท่านอื่นๆ
       
       งานวิจัยของทั้งคู่เกิดจากการสังเกตว่า อาการของโรคหืดหอบจะบรรเทาลง เมื่อผู้ป่วยได้นั่งรถไฟเหาะตีลังกา
       
       แม้ว่างานวิจัยเหล่านี้จะฟังดูขำๆ เพี้ยนๆ แต่รายงานการค้นพบหรือพิสูจน์ต่างๆ ถูกต้องตามระเบียบแบบแผนวิธีวิจัย และมีการตีพิมพ์จริงตามวารสารวิทยาศาสตร์
       
       "สิ่งที่พวกเราทำไม่มีอะไรสนุกเลย" คำรำพันของเอริก อดัมส์ (Eric Adams) จากเอ็มไอที เขาได้รับรางวัลในสาขาเคมี ที่ค้นพบว่า ในที่สุดแล้วน้ำก็เข้ากับน้ำมันได้ โดยงานวิจัยของเขาได้ตรวจดูพฤติกรรมของหยดน้ำมัน ระหว่างที่หกหล่น
       
       การทำงานจับจ้องดูหยดน้ำมัน ที่อดัมส์อ้างว่าเคร่งเครียดนี้ กลับกลายเป็นได้ข้ออธิบายซักค้านปรากฎการณ์ที่ขบขำ
       
       ขณะเดียวกันคณะกรรมการรางวัลอิกโนเบลก็ยังตัดสินใจมอบรางวัลให้แก่ "บริติชปิโตรเลียม" หรือบีพี (BP Corporation) ในฐานะผู้สนับสนุนงานวิจัย และยังช่วยกระตุ้นให้มีการศึกษาเรื่องน้ำมันกับน้ำ จากเหตุน้ำมันรั่วบริเวณอ่าวเม็กซิโก
       
       ที่สำคัญ ยังมีอีกหลายคนที่ได้รับรางวัลเกียรติยศ (อันน่าภาคภูมิใจ อย่างยิ่ง?) ในสาขาเศรษฐศาสตร์ ได้แก่ เหล่าผู้บริหารของโกล์ดแมนแซคส์, เอไอจี, เลห์แมน บราเธอร์ส, แบร์ สเติร์นส์, เมอร์ริลล์ ลินช์, และ แม็กเนตาร์ ในฐานะที่สร้างและผลักดันวิธีการลงทุนแนวใหม่ ซึ่งเป็นแนวทางที่ทำให้ภาคการเงินเติบโตถึงขึ้นสูงสุด และหดเล็กลงในเวลาต่อมา ... น่าเสียดายที่ผู้บริหารองค์กรเหล่านี้ล้วนปฏิเสธที่จะเข้ารับรางวัล
       
       นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่ได้รับรางวัลอีก อาทิ ภาพบันทึกการผสมพันธุ์ของค้างคาวกินผลไม้ ที่พบว่าถ้าค้างคาวทำออรัลไปด้วย จะทำให้ยืดเวลาของการผสมพันธุ์นานขึ้น หรืองานวิจัยด้านสุขภาพ ที่เก็บข้อมูลจากห้องแล็บจนพบว่า นักวิทยาศาสตร์ที่ไว้หนวดจะเสี่ยงอันตรายจากจุลชีพมากกว่า โดยเฉพาะถ้าต้องเข้าห้องทดลองกับตัวพวกนี้
       
       หรือถ้าใครคิดไม่ตกว่าในช่วงหน้าหนาวจะต้องเดินหรือใส่รองเท้าแบบไหน ไม่ให้ลื่นหกล้มบนน้ำแข็ง ผู้ชนะสาขาฟิสิกส์ก็นำเสนออย่างง่ายดาย เพียงแค่สวมถุงเท้าหุ้มรองไว้ (จะใส่ไว้ในรองเท้าทำไม) แค่นี้เดินยังไงก็ไม่มีทางลื่นล้ม
       
       งานวิจัยเหล่านี้จะได้รับการตีพิมพ์ลงในนิตยสารประจำปีที่ชื่อว่า "งานวิจัยที่ไม่น่าจะลอกเลียนแบบได้" (Annals of Improbable Research) โดยมีจุดประสงค์เพื่อต้องการเผยแพร่ความคิดทางวิทยาศาสตร์ในรูปแบบขบขำ เพลิดเพลิน ซึ่งนิตยสารฉบับนี้มีแนวทางชัดเจนว่า "ให้คนหัวเราะก่อน แล้วจะทำให้พวกเขาได้คิดตามมา"
       
       --------------------------------------------------------------------------------
       
       สรุปรางวัลอิกโนเบล 2010 ในสาขาต่างๆ พร้อมงานวิจัยจริงๆ ของพวกเขา ใครสนใจค้นคว้าเพิ่มเติมไปหาอ่านกันได้ตามที่เราได้แนบรายงานอ้างอิงไว้ใน แต่ละสาขา
       
       สาขาวิศวกรรม : คารินา เอซเวโด-ไวท์เฮาส์, อังเนส โรชา-กอสเซลิน และไดแอน เกนดรอน ทั้ง 3 ร่วมกันพัฒนาวิธีการเก็บน้ำมูกวาฬ โดยควบคุมผ่านเฮลิคอปเตอร์
       
       REFERENCE: "A Novel Non-Invasive Tool for Disease Surveillance of Free-Ranging Whales and Its Relevance to Conservation Programs," Karina Acevedo-Whitehouse, Agnes Rocha-Gosselin and Diane Gendron, Animal Conservation, vol. 13, no. 2, April 2010, pp. 217-25.
       
       สาขาการแพทย์ : ไซมอน รีตเวล์ด และ อิลยา ฟาน บีสต์ ที่สังเกตอาการของผู้ป่วยหอบหืดที่เล่นรถไฟเหาะตีลังกา
       
       REFERENCE: "Rollercoaster Asthma: When Positive Emotional Stress Interferes with Dyspnea Perception," Simon Rietveld and Ilja van Beest, Behaviour Research and Therapy, vol. 45, 2006, pp. 977-87.
       
       สาขาการวางแผนคมนาคม : จากญี่ปุ่นคือ โตชิยูกิ นาคากากิ, อัตซูชิ เทโร, ไซอิจิ ทากากิ, เท็ตสึ ไซกูซะ, เคนทาโร อิโตะ, เคนจิ ยูมิกิ, เรียว โคบายาชิ และจากสหรราชอาณาจักร คือแดน เบบเบอร์, มาร์ก ฟริเกอร์ พวกเขาใช้ราเมือก (slime mold) พิจารณาความเหมาะสมในการวางเส้นทางรางรถไฟ
       
       REFERENCE: "Rules for Biologically Inspired Adaptive Network Design," Atsushi Tero, Seiji Takagi, Tetsu Saigusa, Kentaro Ito, Dan P. Bebber, Mark D. Fricker, Kenji Yumiki, Ryo Kobayashi, Toshiyuki Nakagaki, Science, Vol. 327. no. 5964, January 22, 2010, pp. 439-42.
       
       (** ทีมวิจัยคณะใหญ่ชุดนี้ เคยได้รับอิกโนเบลไปแล้วครั้งหนึ่งในปี 2008 โดยพวกเขาสามารถสาธิตให้เห็นว่า "ราเมือก" ที่พวกเขาศึกษาอย่างจริงจังนั้น สามารถช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้)
       
       สาขาฟิสิกส์ : ไลแอนเน่ พาร์กิน, เชียอิลา วิลเลียมส์ และแพทริเซีย เพรียสต์ ทั้ง 3 นำเสนอวิธีการที่จะไม่ลื่นหกล้มบนแผ่นน้ำแข็งในฤดูหนาว ก็เพียงแค่ใส่ถุงเท้าหุ้มรองเท้าเอาไว้ก็สิ้นเรื่อง !!
       
       REFERENCE: "Preventing Winter Falls: A Randomised Controlled Trial of a Novel Intervention," Lianne Parkin, Sheila Williams, and Patricia Priest, New Zealand Medical Journal. vol. 122, no, 1298, July 3, 2009, pp. 31-8.
       
       สาขาสันติภาพ : ริชาร์ด สตีเฟนส์, จอห์น อัตคินส์ และแอนดริว คิงส์ตัน พวกเขาค้นพบว่า ด่าบ้างระบายอารมณ์บ้าง จะช่วยบรรเทาความเจ็บปวด
       
       (**คำเตือนจากเรา : ระวังอย่าไปด่าคนอื่นเข้าจะกลายเป็นทำลายสันติภาพแทน)
       
       REFERENCE: "Swearing as a Response to Pain," Richard Stephens, John Atkins, and Andrew Kingston, Neuroreport, vol. 20 , no. 12, 2009, pp. 1056-60.
       
       สาขาสาธารณสุข : มานูเอล บาร์ไบโต, ชาร์ลส์ แมธิวส์ และลาร์รี เทย์เลอร์ พวกเขาพบว่า พวกจุลชีพในห้องแล็บต่างปีนป่ายเข้าไปซุกซ่อนตามหนวดของนักวิทยาศาสตร์ ดังนั้นนักวิทย์ที่ไว้หนวดระวังอันตรายจากสิ่งมีชีวิตเล็กๆ เหล่านี้ด้วย
       
       REFERENCE: "Microbiological Laboratory Hazard of Bearded Men," Manuel S. Barbeito, Charles T. Mathews, and Larry A. Taylor, Applied Microbiology, vol. 15, no. 4, July 1967, pp. 899-906.
       
       สาขาเศรษฐศาสตร์ : บรรดา ผู้บริหารและผู้อำนวยการของโกล์ดแมนแซคส์, เอไอจี, เลห์แมน บราเธอร์ส, แบร์ สเติร์นส์, เมอร์ริลล์ ลินช์, และ แม็กเนตาร์ ในฐานะที่สร้างและผลักดันวิธีการลงทุนแนวใหม่ ซึ่งเป็นแนวทางที่ทำให้ภาคการเงินเติบโตถึงขีดสุด และตกต่ำลงอย่างที่สุด
       
       REFERENCE: ค้นหาข่าวย้อนหลังอ่านกันได้เลย มีอยู่มากมายทั่วโลก
       
       สาขาเคมี : เอริก อดัมส์, สก็อตต์ โซโคโลฟสกี และสตีเฟน มาซูทานี ที่พิสูจน์ค้านแนวคิดที่ว่า น้ำกับน้ำมันเข้ากันไม่ได้ งานวิจัยชิ้นนี้สนับสนุนโดยบีพี
       
       REFERENCE: "Review of Deep Oil Spill Modeling Activity Supported by the Deep Spill JIP and Offshore Operator’s Committee. Final Report," Eric Adams and Scott Socolofsky, 2005.
       
       สาขาการจัดการ : อเลซซานโดร พูลชิโน, อันเดรีย ราพิซาร์ดา และเคซาเร กาโรฟาโล พวกเขาแสดงให้เห็นในทางคณิตศาสตร์ว่า องค์กรจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น หากเลื่อนขั้นพนักงานโดยการสุ่ม (หรือตามใจเจ้านาย)
       
       REFERENCE: “The Peter Principle Revisited: A Computational Study,” Alessandro Pluchino, Andrea Rapisarda, and Cesare Garofalo, Physica A, vol. 389, no. 3, February 2010, pp. 467-72.
       
       สาขาชีววิทยา : ทีมวิจัยจากจีน ลิเปียว เจี้ยง, มิน ตัง, กว่างเจี้ยน จู, เจี้ยนผิง อี้, ตี้อู๋ ฮอง, ซานอี เจียว, ซูอี เจี้ยง และการเร็ธ โจนส์ ที่พวกเขาสามารถบันทึกภาพยนตร์สารคดีทางวิทยาศาสตร์ของค้างคาวกินผลไม้ขณะทำออรัลเซ็กซ์ (ดูคลิปค้างคาว http://www.youtube.com/watch?v=1ERJ_O1Ze40)
       
       REFERENCE: "Fellatio by Fruit Bats Prolongs Copulation Time," Min Tan, Gareth Jones, Guangjian Zhu, Jianping Ye, Tiyu Hong, Shanyi Zhou, Shuyi Zhang and Libiao Zhang, PLoS ONE, vol. 4, no. 10, e7595.

edit @ 3 Oct 2010 23:57:06 by ติวคณิตออนไลน์